HealthEdu

คำเตือน อ่านไปจนถึงบรรทัดล่างสุดนะครับ
 
ต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ผมพบเห็นการแชร์ปริมาณหนึ่งในอินเทอร์เน็ต
 
----------------------------------------------------------------------
 
4 คำเตือน ก่อนใช้ ผ้าอนามัย ลดโอกาสการเป็น มะเร็งปากมดลูก
สาวๆ คนไหนไม่รู้จัก ผ้าอนามัย บ้างคะ คงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักใช่ไหมคะ แต่จะมีสักกี่คนนะที่ใช้ได้อย่างถูกต้อง วันนี้เราเลยมีเรื่องเกี่ยวกับ ผ้าอนามัย มาฝากสาวๆ กันค่ะ

1. เปลี่ยนบ่อยอย่างน้อย 2 ผืน ความอับชื้นจะทำให้แบคทีเรียในผ้าเติบโตได้ดี จนคุณอาจจะติดเชื้อในช่องคลอด ยิ่งถ้าสะสมไว้นานๆ ขอบอกว่านี่ล่ะตัวการมะเร็งปากมดลูก

2. หลีกเลี่ยงที่ชื้นแฉะ ไม่ควรเก็บผ้าอนามัย ไว้ในห้องน้ำ ถึงแม้คุณจะเก็บในลิ้นชักห่างไกลจากบรรดาก๊อกน้ำแล้วก็ตาม เพราะเนื้อผ้าที่อ่อนนุ่ม อมความชื้นได้ดี เหมาะจะเป็นที่เฮฮาปาร์ตี้ขอองเชื้อโรคเป็นที่สุด เพื่อความปลอดภัยควรเก็บผ้าอนามัย ไว้ในที่ที่แห้ง สะอาด อย่างตู้เสื้อผ้าจะดีกว่า

3. อ่านวันหมดอายุก่อนใช้ ผลสำรวจบอกว่ามีผู้หญิงไม่ถึง 1% ที่จะสังเกตวันหมดอายุของ ผ้าอนามัย ทั้งๆ ที่มันก็เหมือนกับสินค้าอื่นๆ ยิ่งใกล้วันหมดอายุเท่าไรคุณภาพก็จะยิ่งลดลง

4. ผ้าแบบซึมซับมากประโยชน์น้อย ผู้หญิงบางคนชอบใช้ ผ้าอนามัย แบบซึมซับได้มากๆ เพื่อที่จะไม่ต้องเปลี่ยนเลยตลอดวัน ขอบอกว่านี่เป็นความคิดที่อันตรายมาก เพราะเลือดเป็นอาหารของเชื้อแบคทีเรีย หลักการใช้ผ้าอนามัยที่ถูกคือต้องเปลี่ยนทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้จุดซ่อนเร้นสะอาดไม่อับชื้น วิธีนี้ช่วยลดโอกาสการเป็นมะเร็งปากมดลูกได้อีกทางหนึ่งด้วย

******************* ******************
เครดิต: เรื่อง ขอขอบคุณ บทความดีดีจาก healthyenrich.com
อ้างอิง women.mthai.com
ภาพ: ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

แบ่งปันความรู้ทั่วไป เพื่อความพอเพียง และสุขภาพที่ดี โปรดใช้วิจารณญาณ และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
 
--------------------------------------------------------------------------------
 
พออ่านจบก็นึกถึงที่เรียนมา เอมันไม่ค่อยจะถูกเท่าไหร่ ผมจึงได้ไปขุดคุ้ยข้อมูลมาสักหน่อย ได้ดังนี้ครับ
 
ปัจจัยที่นับว่าเสี่ยงและเพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งปากมดลูกได้มากขึ้นได้แก่
1. การติดเชื้อ HPV, HSV
2. การมีลูก
3. การใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม
4. สูบบุหรี่
5. multiple sexual partners
6. ไม่ได้รับการ screen เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
 
- เชื้อที่เกี่ยวข้องดังกล่าวคือ HPV, HSV ทั้งคู่เป็นไวรัส เพราะงั้นไม่เกี่ยวกับว่าพอชื้นแล้วแบคทีเรียโตดีขึ้นจะทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้(เพราะเชื้อมันเป็นไวรัสไม่ใช่แบคทีเรีย)
- อย่างไรก็ตามการป้องกันความชื้นในบริเวณนั้นก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยป้องกันโรคการติดเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ/ช่องคลอด นะครับ
 
เคตดิต : Williams textbook of Gynecology
 
สรุปว่า : บทความนี้ไม่ได้ผิดมากมายขนาดนั้น ผิดตรงที่ไม่หาข้อมูลให้ดีแต่รีบแชร์(เหมือนที่หลายคนเป็น) ส่วนการกระทำที่แนะนำในบทความนั้น น่าจะไม่มีปัญหาอะไร

เข้าใจ CBC เบื้องต้น (1)

posted on 28 Jun 2012 02:13 by z01520 in HealthEdu
Category นี้เกิดเนื่องจากไปเจอมาว่าของสหรัฐอเมริกาเขามี Patient's Education จึงอยากนำมาแบ่งปันให้คนไข้หรือคนที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ได้อ่านและเข้าใจเรื่องพวกนี้กันบ้างครับ : )
 
สำหรับเอนทรี่เซ็ตแรก ผมแปลจาก
เจ้านี่ล้วนๆ เลย
 
หลายคนคงเคย... ต้องบอกว่าเกือบทุกคนเคยแวะไปเยี่ยมเยียนโรงพยาบาลกันมาแล้ว ไม่ว่าจะจากสาเหตุอะไรก็ตาม ตรวจสุขภาพประจำปี อุบัติเหตุ เจ็บไข้ได้ป่วย เป็นหวัด เป็นนู่นนี่นั่น
และหลายคนคงเคยได้รับการ "ตรวจเลือด" กันมาแล้ว ง่ายๆ ก็คือหมอหรือพยาบาลก็จะเจาะเลือดของท่านใส่เข็มบรรจุหลอดแล้วก็ส่งไปตรวจ
สิ่งที่ตรวจโดยทั่วไปเลยก็คือที่เรียกว่า CBC หรือ Complete Blood Count
วันนี้ผมจึงขอนำเรื่อง CBC มาแปลลงกว้างๆ ดังนี้
 
 

อะไรคือ CBC

CBC(Complete Blood Count) คือการตรวจเลือดทั่วไปอย่างหนึ่งเพื่อแสดงข้อมูลของเซลล์ 3 ชนิดในเลือดคือ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด ทั้งสามชนิดถูกสร้างขึ้นจากไขกระดูก(เนื้อเยื่อพรุนๆ อยู่ใจกลางของกระดูกต่างๆ)

มีอะไรบ้าง ?

1)       WBC count : จำนวนเม็ดเลือดขาว

เม็ดเลือดขาวคือเซลล์ที่ทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันของร่างกาย ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ จำนวนที่นับได้ใช้หน่วยเป็น พันเซลล์ต่อเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร(K/uL) เช่น ตัวเลข 4.8 จะแปลว่ามี 4,800 เซลล์ในเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร

2)       RBC count : จำนวนเม็ดเลือดแดง

เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่ขนออกซิเจนไปให้ส่วนต่างๆ ของร่างกาย และนำของเสียจากส่วนต่างๆ นั้นออกมา ในเม็ดเลือดแดงมีสารที่สำคัญชื่อ ฮีโมโกลบิน(hemoglobin) ซึ่งจะกล่างต่อไปในอย่างที่ 3) อยู่ ใช้หน่วยเป็น ล้านเซลล์ต่อเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร(mil/uL) เช่น 4.8 แปลว่า 4,800,000 เซลล์ในเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร

3)       HGB(Hemoglobin) value : ปริมาณฮีโมโกลบิน

Hemoglobin เป็นสารที่สำคัญในเม็ดเลือดแดง หนึ่งคือทำให้เม็ดเลือดแดงมีสีแดง และสองคือเป็นสารที่เป็นตัวจับออกซิเจนของเม็ดเลือดแดง(ไม่มี hemoglobin เม็ดเลือดแดงก็จะนำออกซิเจนไปไม่ได้) หน่วยวัดเป็น กรัมต่อลูกบาศก์เดซิลิตร(g/dL)

4)       HCT(Hematocrit) value

คือค่า เปอร์เซ็นต์ของเม็ดเลือดแดงเทียบกับปริมาณเลือด

5)       Platelet count : ปริมาณเกล็ดเลือด

Platelet หรือเกล็ดเลือดมีหน้าที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว เช่นเวลามีแผลเลือดออกสักพักก็จะหยุดไหลหรือแข็งตัว หน่วยวัดเป็น พันต่อเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร (K/uL)

พอเข้าใจแล้วว่าแต่ละอย่างคืออะไร แล้วค่าปกติเป็นเท่าไหร่บ้าง ? 

1)       WBC: 3.3-8.7 K/uL

2)       RBC: 3.93-5.69 M/uL

3)       HGB: 12.6-16.1 g/dL

4)       HCT: 38-47.7%

5)       Platelets: 147-347 K/uL

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
คร่าวๆ ก็มีเท่านี้ก่อน เอนทรี่หน้าจะแปลส่วนที่ 2 ซึ่งจะเพิ่มความละเอียดเข้าไปอีกหน่อย
 
*ต้องออกตัวก่อนว่าจขบ. ไม่ได้เป็นหมอนะครับ แต่ใครแวะเข้ามาอ่านแล้วมีคำถามเชิญโพสต์ถามเลยนะครับ จะได้รู้ว่าคนอื่นอยากรู้อะไรกัน เผื่อจะเอามาลงเพิ่มครับ : )