Featherliness

ผู้สังเกตการณ์

posted on 03 Jun 2013 23:10 by z01520 in Featherliness directory Diary

หลังเลิกเรียนวันนี้ผมได้มีโอกาสเข้าไปใช้บริการคอมพิวเตอร์ที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรกตั้งแต่ห้องสมุดเปิดบริการหลังจากปิดปรับปรุงไปหลายเดือน ผมนั่งลง พิมพ์งานและหาข้อมูลไปพลางๆ สักครู่ใหญ่ๆ ผ่านไป มีนักศึกษาคนหนึ่งเดินตรงเข้ามานั่งลงที่คอมพิวเตอร์เครื่องข้างๆ และลงมือพิมพ์อะไรบางอย่างด้วยท่าทางรีบร้อน เขาถอดนาฬิกาข้อมือวางข้างคีย์บอร์ด

"คงจะร้อนอึดอัดข้อมือ" ผมคิด แต่ไม่ได้สนใจอะไรมาก

เวลาผ่านไปราวๆ 5 นาที เขาปิดหน้าต่างบนจอทั้งหมดและลงชื่อออกจากระบบเรียบร้อยก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องสมุดไป

ทิ้งนาฬิกาโลหะสีดำกรอบใหญ่ไว้ข้างๆ คีย์บอร์ดนั้น...

กว่าผมจะละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์มาทันสังเกต เจ้าของนาฬิกาก็หายไปจากบริเวณแล้ว จริงๆ ต่อให้ยังอยู่ผมก็ไม่รู้หรอก ไม่ได้ใส่ใจว่าหน้าตาเขาเป็นอย่างไรเสียหน่อย

ถึงตรงนี้แต่ละคนคงจะมีความคิดที่ต่างกัน บางคนคงนึกอยากหยิบไปให้เจ้าหน้าที่ บางคนคงปล่อยมันไว้ตรงนั้น หวังว่าเจ้าของนาฬิกาคนนั้นจะรู้สึกตัวและเดินกลับมาเก็บไปในไม่กี่นาที

 

ผมตัดสินใจเลือกตัวเลือกที่สองและทำงานของผมต่อไป

 

ผ่านไปอีก 15 นาที ไม่มีวี่แววของนักศึกษาคนนั้น ผมหันไปมองนาฬิกาอีกครั้ง ลังเลในตัวเลือกที่ผ่านมา จะปล่อยไว้ดี หรือเอาไปให้เจ้าหน้าที่ดี ?

 

ทันใดนั้นก็มีนักศึกษาอีกคนหนึ่งเดินมาตัวเปล่า ไม่ได้สะพายกระเป๋าใบใหญ่เหมือนเจ้าของนาฬิกา ผมมั่นใจว่าไม่ใช่เจ้าของนาฬิกาคนนั้นแน่ๆ เขาเดินตรงมาที่คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นด้วยท่าทีไม่รีบร้อน และหยิบนาฬิกาเดินออกจากห้องสมุดไป......

 

ถ้าท่านเป็นผม ท่านจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์ที่ว่านี้ ?

13 กระบวนท่า "ตบ" ยุง

posted on 25 Feb 2013 20:05 by z01520 in Featherliness directory Lifestyle, Idea

สวัสดีครับ ห่างหายไปนานพอสมควรเลย เหตุก็คือนึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไรดี ไม่ได้ลงไม้ลงมือเขียนเป็นเดือนแล้วครับไม่นานมานี้นึกเรื่องได้(ช่วงสอบ ไอเดียแล่นฟิ้ว) ก็ออกมาเป็นอย่างนี้ล่ะครับ

---------------------------------------------------------------------------------------

 

ช่วงนี้ยุงเยอะขึ้นผิดปกติ ผมจึงเอาวิชาที่ได้พร่ำฝึกฝนมาตลอดสิบปีมาเผยแพร่ให้ทุกท่านได้เรียนรู้และประยุกต์นำไปใช้โดยทั่วถึงกันครับ

ยุงเป็นสัตว์กินเลือด (เช่นเดียวกับช้าง) เป็นแมลงมีหกขา ขาเป็นข้อปล้อง และก่อโรคได้หลายๆ อย่างถ้ามันได้กัดเราเช่น ไข้เลือดออก มาลาเรีย เป็นต้น มนุษย์เราเห็นความสำคัญของการไล่หรือกำจัดแมลงตั้งแต่อดีต การใช้สารกำจัดแมลงซึ่งหลักๆ จะเป็นสารกำจัดศัตรูพืชมีมาตั้งแต่สมัยก่อนคริสตกาล วิวัฒนาการมาเรื่อยๆ จนในคริสตศตวรรษหลังๆ จึงเพิ่งมีการนำมาใช้ในครัวเรือน นอกจากทางเคมีก็มีเครื่องมือทางกายภาพอย่างไม้ตีแมลงวัน และไม้ช็อตยุง(ที่ช็อตแมลงวันไม่ตาย) ซึ่งหลายคนเห็นเป็นของเล่นสนุกในสถานที่ยุงเยอะเลยทีเดียว(แบตหมดเร็วมาก)

อย่างไรก็ตามในหลายๆ โอกาสที่เราพบยุงในเวลาที่เราขาดแคลนอุปกรณ์ช่วยเหลือมีมากนัก เช่นเวลาทำงาน เวลาอ่านหนังสือ เวลาอยู่เฉยๆ ในห้องนอน เป็นต้น สิ่งที่เรามีคือ สองมือสองเท้าของเรา ดังนั้นเราจึงต้องใช้มันให้เป็นประโยชน์ด้วยการใช้กระบวนท่า "ตบ" ยุง

กระบวนท่า "ตบ" ยุงนี้ มีอยู่หลากหลาย การเลือกใช้ขึ้นกับความพึงพอใจของท่านและขึ้นกับแต่ละสถานการณ์ครับ เรียงลำดับจากความง่ายไปยาก(ตามความคิดของผู้เขียน) เป็นดังนี้ (คนทั่วไปน่าจะพอทำได้จนถึงกระบวนท่าที่ 5 นะครับ)

 

 

หมายเลข. ชื่อกระบวนท่า - ใช้เมื่อใด

 

1. ตบเหนือหัว - ยุงชุม

คำอธิบาย : ใช้ได้ในที่ที่ยุงชุมมากครับ มันมักจะมาบินวนเวียนเหนือหัวเรา ตบยังไงก็โดนครับ

ข้อควรระวัง : ไม่มี

 

2. ตบตรง - ยุงบินตรงเข้ามา

คำอธิบาย : วิธีนี้พื้นฐานที่สุดเลย เห็นยุงตัวดำๆ จิ๋วๆ บินตรงๆ ไม่เลี้ยว ไม่ซิกแซก ยกสองมือตบมันตรงนั้นแหละครับ

ข้อควรระวัง : ไม่มี

 

3. ตบโต๊ะ - ยุงเกาะอยู่ตามฝาผนัง หรือพื้น หรือโต๊ะ

คำอธิบาย : วิธีนี้เบสิกไม่แพ้กันกับวิธีแรกครับ ยุงเกาะอยู่ ตบตูม! ลงไปบนโต๊ะหรือฝาผนัง

ข้อควรระวัง : แรงนะครับ ตบเร็วและแรง ถ้าช้ายุงอาจเล็ดลอดออกไปก่อนได้ และท่านจะเจ็บทั้งใจและเจ็บทั้งมือฟรี

 

4. ตบเมื่อดูด - มันเกาะร่างกายเราแล้ว

คำอธิบาย : เมื่อไม่ทันระวังและรู้สึกได้ว่ามันเกาะร่างกายเราแล้ว อย่ากระตุกขาหรือปัดมันทิ้งเสีย ทำใจร่มๆ แล้วง้างมือช้าๆ จากนั้น....

ข้อควรระวัง : ตบให้โดนนะครับ ไม่งั้นก็เจ็บตัวสองเท่า ทั้งฝ่ามือ ทั้งส่วนที่โดนตบ

 

5. เล็งก่อนแล้วตบ - ยุงบินซิกแซก

คำอธิบาย : อาศัยทักษะการประสานสายตากับมือ(Hand-eye coordination) พอสมควรครับ แต่ไม่ต่างกับเล่นเกมจิ้มมดในไอแพดเท่าไหร่หรอกครับ

ข้อควรระวัง : ถ้าไม่สำเร็จใน Hit แรกแล้วท่านอาจจะทำคอมโบต่อ ใน Hit ต่อๆ ไปยุงจะบินฉวัดเฉวียนและเร็วขึ้นมากเลยนะครับ

ปล. ผู้เขียนไม่เคยทำได้เกิน 3 คอมโบ แล้วยุงก็หนีรอดไปได้เกือบทุกที

 

6. ตบจากการคาดเดา - บินผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็ว

คำอธิบาย : อาศัยทักษะการคาดเดาจากสิ่งที่เห็นเมื่อครู่ ความเร็ว ทิศทาง กระตุกมือทั้งสองขึ้นมาตบนอกลานสายตาของท่านได้เลยครับ

ข้อควรระวัง : โอกาสพลาดสูง แต่ไม่เจ็บตัว

 

7. Backhand - when forehand slapping is TOO MAINSTREAM.

คำอธิบาย : เหมือนกระบวนท่าที่ 3 แต่เปลี่ยนมาเป็น backhand แทน ไม่ซ้ำใคร

ข้อควรระวัง : เจ็บและโดนยาก แต่เพื่อความไม่เหมือนใคร....

 

8. ตบข้างหู(โดยหน้ายังจ้องจอคอมต่อไป) - ยุงบินผ่าน

คำอธิบาย : ตามชื่อครับ ได้ยิบเสียงวี้ๆ ก็กะประมาณแล้วยกสองมือตบแถวๆ หูตัวเองเลยครับ ไม่ทันหันไปมองหรอกครับงานนี้ต้องฉับไว !

ข้อควรระวัง : ตบดังมากอาจหูอื้อได้

 

9. นอนหลับตาตบข้างหู - เมื่อคุณง่วง ปิดไฟหลับตาลงนอน เสียงวี้ๆ จึงดังขึ้นข้างหู

คำอธิบาย : หากสวิตซ์ไฟไม่ไกลเกินเอื้อม การเปิดไฟอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้ามันเกินเอื้อมจริงๆ ท่านก็จำต้องหันมาใช้วิชาการทำนายการเคลื่อนที่ดังที่ได้ผ่านกระบวนท่าที่ 8 มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะต่างกันตรงที่ ท่านนอนอยู่ แล้วก็ง่วง แล้วก็ไม่อยากจะตบแล้ว....

ข้อควรระวัง : ไม่มี คงไม่ตบดังเพราะนอนอยู่ แต่บอกได้เลยครับพรุ่งนี้เช้าตื่นมามีตุ่มยุงกัดแน่นอน !

 

10. คว้ายุงมือเดียว - สุดมือ/มือไม่ว่าง

คำอธิบาย : มือทั้งสองข้างของคุณอาจไม่พร้อมใช้เป็นอาวุธพิฆาตได้ตลอดเวลา การใช้มือเดียวจึงเป็นสิ่งจำเป็น หลายคนนึกไม่ถึงว่ามือเดียวก็จับได้เลยปล่อยให้เจ้าตัวน่ารำคาญมีโอกาสลอบกัดท่านๆ ในขณะหลับได้อีกในอนาคต ยื่นมือไปยังเป้าหมายอย่างรวดเร็วและกำมือทันที เน้นว่ากำมือ ไม่ใช่แค่เอาปลายนิ้วมาแตะกันจะได้ประสิทธิผลที่สูงกว่าหลายเท่านัก

ข้อควรระวัง : ใช้เวลาฝึกพอควร, จับแล้วให้แน่ใจว่าสิ้นชีวิตด้วยการขยับนิ้วมือไปมาได้

 

11. ฝ่ามือแห่งพลัง - เมื่อมีมือเดียวและอยู่ใกล้กำแพงเกินไป

คำอธิบาย : เมื่อท่านมีมือเดียวและอยู่ใกล้กำแพงเกินไป ฟังแล้วอาจจะงง ตัวอย่างเหตุการณ์เช่นอีกมือหนึ่งของท่านกำลังถือฝักบัวอาบน้ำ ทันใดนั้นยุงก็บินมา ตัวท่านอยู่ใกล้กำแพงที่สายฝักบัวติดอยู่ทำให้ระยะห่างมีไม่มากนัก หากจะใช้กระบวนท่าที่ 10 ก็กลัวจะกำมือต่อยกำแพงแทน ทางเลือกที่ดีกว่าคือใช้ฝ่ามือพุ่งไถเจ้าตัวน่ารำคาญนั่นให้เละกับกำแพงก่อนที่มันจะสามารถบินหนีไปจากรัศมีฝ่ามือเราได้

ข้อควรระวัง : ยากมากมากมาก นะครับ

 

12. ล่อขึ้นมาตบ - ยุงเกาะขอบแก้ว/จาน

คำอธิบาย : สมมติว่ามันเกาะที่จาน เราไม่สามารถใช้กระบวนท่าที่ 3 ในกรณีนี้ได้ ไม่งั้นถ้าจานไม่แตกทันที ก็บินล่ะครับ ดังนั้นเราจึงต้องล่ออย่างนุ่มนวล ไม่ว่าจะเป็นเอามือปัดใกล้ๆ หรือขยับจาน แล้วรีบคว้าโอกาสที่พื้นที่ที่มันยังบินไปได้ไม่ไกลมาก ทำการรวบตัวด้วยมือทั้งสองทันที(หรือข้างเดียวก็ได้)

ข้อควรระวัง : ต้องล่อให้จังหวะพอดีครับ ล่อเร็วไปเราจะตบโดนแก้ว ล่อช้าไปจะตบไม่โดนอะไรเลย

 

13. เท้าเหยียบ - เบื่อจัด/ไม่มีมือ และยุงเกาะพื้น

คำอธิบาย : ยากมาก เท้าเราไม่ได้ฝึกมาให้แม่นและไวพอที่จะกระทืบยุงที่เกาะบนพื้นได้เลย

ข้อควรระวัง : ไม่แนะนำครับ :D

 

ศิลปะเล็กๆ น้อยๆ ในขณะตบยุงคือ "ตบยังไงให้ไม่เลอะมือ ?"

ง่ายนิดเดียวครับ ต้องกะแรงที่ตบให้ตายพอดี แต่ไม่เละติดมือ และตบแล้วกระตุกมือออกทันทีโดยเฉพาะเวลาตบกับกำแพงหรือโต๊ะ ไม่งั้นโต๊ะหรือกำแพงจะเลอะ ยิ่งกำแพงปูนยิ่งเช็ดคราบยากหน่อย อย่างไรก็ตาม ตบเสร็จแล้วไปล้างมือเถอะครับ : ) 

วันนี้ขอลาไปก่อน มีความเห็นอย่างไรก็ฝากคอมเม้นไว้เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในภายหน้าด้วยครับ

หวังว่าทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์กับพวกท่านทุกๆ คนนะครับ : )

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สถานที่ : ร้านขนมเค้กแห่งหนึ่งใจกลางเมือง
 
เขานั่งอยู่ในร้านขนมเค้ก โต๊ะหนึ่งตัว เก้าอี้สอง เขานั่งอยู่หนึ่งตัว ว่างอีกหนึ่งตัว สาววัยยี่สิบต้นๆ ผิวขาวแบบจีน รูปร่างผอม ไม่สูงไม่เตี้ย ปล่อยผมยาวประบ่า หน้าตาค่อนไปทางจีน เดินเข้ามาในร้านหันซ้ายทีขวาที ผมยกมือขึ้นแล้วโบกเล็กน้อยให้เป็นที่สะดุดตา เธอหันมาเห็นก็เดินตรงเข้ามาทันที
 
ใบหน้ามองจากไกลๆ ยังดูปกติขาวใสสะอาดดี แต่เมื่อระยะห่างลดลงผมก็เห็นบางสิ่งบนใบหน้าของเธอ ใต้ตาฉาบด้วยสีคล้ำเป็นผลจากการนอนดึกติดต่อกัน รอบๆ ดวงตามีเฉดสีแดงจางๆ ให้เห็น นัยน์ตาวาววับสะท้อนแสงไฟที่ประดับในร้านมากกว่าปกติ หรือคือมีน้ำนองอยู่ในตา บางส่วนล้นไหลออกมาอาบแก้มสีแดงเรื่อเป็นทางยาว
 
เธอกำลังร้องไห้....ไม่สิ น่าจะสักพักหนึ่งแล้ว
 
สีหน้าเขายังคงนิ่งแม้จะเห็นเธอในสภาพนั้น คงเป็นเพราะการสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อครู่เป็นการแจ้งล่วงหน้าไว้แล้วกระมัง เธอนั่งลงบนเก้าอี้ไม้สีขาวที่ว่างอยู่ มองตรงเข้าไปยังดวงตาของเขาที่กำลังจ้องตอบ หายใจเข้าออกได้สองครั้งก็พาดแขนฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะ เสียงสะอื้นเบาๆ ยังคงลอดออกมาเป็นจังหวะ
 
พนักงานร้านถือจานเค้กส้มที่เขาสั่งไว้มาเสิร์ฟบนโต๊ะ เขาก้มหัวเล็กน้อยพร้อมกล่าวขอบคุณพนักงานก่อนพนักงานจะเดินจากไป เขาหันมองรอบๆ เขากำลังอยู่ในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง แม้วันนี้จะไม่ใช่วันหยุดราชการ แต่คนก็ยังเดินว่อนให้หนาตาและเสียงอื้ออึงเป็นพื้นหลัง รวมถึงในร้าน ถึงจะไม่แน่นจนต้องมีคิว โต๊ะเกือบครึ่งร้านก็มีคนนั่งอยู่
 
เขาหันกลับมาที่โต๊ะ เสียงรอบข้างหายไป ลูกตากลอกสลับระหว่างหัวของเธอซึ่งใบหน้าแปะติดอยู่กับแขนและโต๊ะ กับเค้กส้มที่วางตรงหน้าพร้อมส้อมหนึ่งอัน
 
เสียงของเธอที่เล็ดลอดออกมายังคงไม่หยุด เขาหยิบส้อมขึ้นมาทำท่าลังเลว่าจะกินดีหรือไม่กินดีอยู่นาน
 
"กินมั้ย ?" เขาพูดขึ้นในที่สุด สายตามองปลายส้อมที่เขาถือแกว่งไปมาเล่น
 
เธอเงยหน้าขึ้นมาพอให้เห็นตาสองข้างที่ยังดูบวมๆ
 
"เค้กส้ม....แกกินด้วยเหรอ ?"
 
"อืม" ขณะนี้เขาหยุดแกว่งแล้วหันไปหาใบหน้าที่เพิ่งออกจากความมืดมา เขายื่นด้ามส้อมให้ "กินมั้ย ?"
 
"อืมม..." เธอรับส้อมไปและเริ่มลงมือกินเค้กส้มจานนั้น เขาเอนไปพิงพนักเก้าอี้ เฝ้าดูเธอค่อยๆ บรรจงกินเค้กชิ้นนั้น....กินไปก็ยังได้ยินและเห็นเสียงสะอื้นอยู่ แม้น้ำตาจะดูแห้งไปบ้างแล้วก็ตาม
 
เขาหันไปมองรอบๆ อีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวเขายังคงเต็มไปด้วยคนจำนวนมากซึ่งเขาไม่รู้จัก และคงไม่รู้จัก เสียงพื้นหลังยังดังเท่าเดิม...หรืออาจไม่เท่า ใครจะรู้
 
เสียงรอบข้างหายไปอีกครั้งเมื่อเธอเรียกชื่อเขา เขาหันหน้าไปรับ
 
เธอเริ่มต้นเรื่องเล่าที่ดำเนินข้ามๆ แต่เล่าอย่างช้าๆ ติดขัดด้วยน้ำตาที่หลั่งไหลออกมาอีกครั้ง
 
เขานั่งเฉยๆ ศอกสองข้างวางบนโต๊ะ ดวงตาเป็นประกายแห่งสมาธิ สีหน้านิ่งไม่เปลี่ยนแปลง...ตั้งแต่ต้นจนจบ
 
เธอใช้เวลากว่ายี่สิบนาทีในการดำเนินเรื่องเศร้าของเธอจนถึงตอนสุดท้าย....ซึ่งเกิดก่อนหน้ามาที่นี่ได้ไม่นาน
 
"...จบ"
 
"อืม"
 
แล้วเธอก็ลงไปฟุบกับโต๊ะ พร้อมเสียงสะอื้น ต่างกับก่อนหน้านี้เพียงบนโต๊ะมีจานเค้กส้มที่เหลือเป็นเศษๆ บนจานกับส้อมที่ใช้แล้ว เขายังนั่งเหมือนเดิม สีหน้าเดิม และเธอก็ฟุบท่าเดิม
 
เขาทำเพียงนั่งมอง สลับระหว่างเธอ และบรรยากาศอื้ออึงรอบข้าง
 
ราวสิบนาทีผ่านไป เธอเงยหน้าขึ้นมา แล้วหยิบกระเป๋าลุกขึ้นยืน เก็บเก้าอี้ เขาเงยหน้ามอง
 
"ขอบคุณนะ" เธอพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต่ตาบวมแก้มแดง
 
"อืม"
 
เธอเดินออกจากร้านไป....